ตามติดชีวิตกระพี้จั่นต้นที่ 49....ตอนที่ 2


จากที่เกริ่นไว้ในตอนที่แล้ว ว่าจะมาต่อเรื่องการเรียนการสอน ขอเริ่มเลยนะคะ

เด็กๆ ที่นี่เรียนไม่หนักมาก เรียนที่แก่นของวิชานั้นๆ รายละเอียดปลีกย่อยยิบๆ ไปตามศึกษาต่อกันเอง และมีวิธี
การสอนที่เป็นหลักสูตรของตนเอง เช่น คณิตศาสตร์มีการแตกเลขให้เป็นเลขกลุ่มสิบก่อนแล้วค่อยนำไปบวกกัน
จะทำให้เด็กๆ คิดเลขได้เร็วและแม่นยำขึ้น

แรกๆ เราก็งงว่ามันคืออะไรเนี่ย แต่พอลูกอธิบายและเห็นวิธีการคิดที่ลูกทำในการบ้านแล้วก็...อืมมม ทำไมสมัยอิช๊านถึงไม่มีวิธีแบบนี้บ้าง อิฉันคงจะชอบวิชาคณิตศาสตร์ขึ้นอีกโขเลย

ส่วนวิชาที่โดดเด่นของที่นี่อีกหนึ่งวิชาคือ วิทยาศาสตร์ ที่นี่จะสอนเป็น Mind mapping วาดภาพประกอบการสอน
บนกระดาน แล้วโยนเส้นจากสิ่งหนึ่งไปหาอีกสิ่งหนึ่งที่เกี่ยวข้องกัน เด็กๆ จะเข้าใจภาพรวมทั้งหมด และง่ายต่อ
การจดจำ

และมีทัศนศึกษานอกสถานที่ โดยจะนำเด็กๆ ไปยังสถานที่ๆ เกี่ยวเนื่องกับการสอน เช่น ในเทอมแรกจะพาไป.....
จำชื่อไม่ได้ แป่ว
…. แต่ เป็นสถานที่เกี่ยวกับพันธุ์พืชต่างๆ เพราะในบทเรียนตอนนั้น เรียนเกี่ยวกับความหลากหลายของพืช ส่วนประกอบของพืช เด็กๆ จะได้เห็นของจริงมากมาย

พอ เทอมสอง เรียนเรื่องสัตว์ ก็พาไปสวนสัตว์ดุสิต มีวิทยากรบรรยาย เด็กๆ ก็จะได้เรียนรู้เรื่องประเภทของสัตว์ต่างๆ ไปพร้อมๆ กับในบทเรียน

ส่วนการเรียนในห้อง อาจารย์จะให้เด็กๆ นำสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการเรียนมาเป็นตัวอย่างในห้องเรียนอย่างละ 1-2 ชนิด เช่น วันนี้เรียนเรื่องใบของพืช ก็จะให้เด็กๆ เอาใบไม้มาจากบ้าน โดยเขียนชื่อของใบไม้ชนิดนั้น และลักษณะของมัน

พอมาถึงในชั้นเรียน เด็กๆ ก็จะได้เห็นตัวอย่างใบไม้ของเพื่อนๆ อีก 41 คน (ห้องหนึ่งมี 42 คน)
ทำให้มีความหลากหลายในการเรียนรู้ น้องอิงเอาใบมะระขี้นกและใบมะนาวไป
เด็กๆ หลายคนไม่เคยเห็นใบมะระขี้นก ได้ยินชื่อต่างพากันร้อง
ยี้
คิดว่าจะเหมือนขี้นกจริงๆ

น้อง อิงเองก็ได้เห็นใบไม้ของเพื่อน ที่เด็ดๆ เลยก็มีต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง ที่มีกระเปาะไว้ดักจับแมลง
บางคนเอาใบเฟิร์นมา จะมีลักษณะหยักๆ บางคนเอาพวกใบยาวๆ มาก็มี

เด็กๆ สนุกกันมาก มีตัวอย่างที่หลากหลาย ได้เห็นของจริง และอาจารย์จะให้เด็กๆ นำใบไม้มาแรเงาเส้นใบ จะทำให้เด็กๆ เห็นในรายละเอียดว่าลักษณะใบไม้มีความแตกต่างกัน รวมถึงรายละเอียดของลายใบไม้นั้นๆ ด้วย บางชนิดเป็นแบบร่างแห บางชนิดเป็นเส้นๆ เรียงกัน ฯลฯ

จากนั้น เรียนเรื่องดอกไม้ อาจารย์ก็จะให้เด็กๆ นำดอกไม้ไป และแลกเปลี่ยนกันดู จนมาจบที่ สิ่งที่ทำมาจากพืช และประโยชน์ของพืชให้เด็กๆ นำตัวอย่างมาจากที่บ้าน จะเป็นอะไรก็ได้ที่ทำมาจากพืช

วันนั้น เด็กๆ ได้เห็นตัวอย่างที่หลากหลายมาก และอาจารย์ก็วาดภาพต้นไม้ และโยงออกไปเป็นกลุ่มๆ แยกตามประเภทของตัวอย่างที่เด็กๆ นำมา

>> กลุ่มเครื่องใช้ เช่น ตะกร้า, พัด, เครื่องจักสานต่างๆ

>> กลุ่มสมุนไพร ยา เช่น ลูกประคบ, ยาแก้หวัดฟ้าทะลายโจร, ยาดม ฯลฯ

>> กลุ่มเครื่องสำอางค์ เช่น โลชั่นว่านหางจระเข้, ครีมทาหน้า, แชมพูมะกรูด ฯลฯ

>> ของเล่น เช่น ใบพัดหมุนๆ, ดาบของเล่น, ของเล่นไทยๆ อีกหลายชนิด

>> เครื่องดนตรี เช่น ขลุ่ย, ซอ ฯลฯ

เด็กๆ จะเห็นภาพรวมทั้งหมด ว่าพืชมีส่วนประกอบอะไรบ้าง แต่ละส่วนมีหน้าที่อย่างไร
และสุดท้ายแต่ละส่วนเราเอามาทำผลิตภัณฑ์และใช้ประโยชน์จากพืชได้อย่างไรบ้าง

ถือว่าเป็นการเรียนการสอนที่ประทับใจเรามาก ลูกก็สนุกและได้ความรู้ไปพร้อมๆ กัน เข้าใจถึงแก่นแท้
ได้เห็นตัวอย่างของจริงที่หลากหลาย

ใน ห้องเรียนเด็กๆ ไม่ได้ถูกกำหนดให้นั่งอยู่กับที่ เด็กๆ มีอิสระที่จะเดิน ไปขอดูของเพื่อน ไปดูตัวอย่างที่อาจารย์วางไว้รอบๆ ห้องได้ มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างเพื่อนๆ เด็กสามารถนั่ง ยืน แม้กระทั่งนอนวาดภาพใบไม้-ดอกไม้ของตนลงบนใบงานได้อย่างอิสระ

ขอ แค่เข้าใจและนำผลลัพธ์จากการเรียนรู้ออกมาผ่านตัวอักษรหรือภาพวาดแล้วส่ง อาจารย์ได้ โดยที่ไม่ต้องปิดกั้นด้วยการนั่งเรียนอยู่ที่โต๊ะของตัวเอง

ที่นี้พอจะมองภาพรวมๆ ของการเรียนการสอนของระดับ ป.1 ออกแล้วนะคะ สิ่งที่จะกล่าวถึงต่อไปคือ เรื่องสถานที่, ห้องต่างๆ, อุปกรณ์การเรียนการสอน ของสาธิตเกษตร ไม่น้อยหน้าไปกว่าโรงเรียนอื่นๆ ค่ะ

ด้วย ความที่มีสถานที่กว้างขวาง เด็กๆ จะมีตึกเรียนของแต่ละระดับชั้นแยกกัน มีห้องกิจกรรมหลากหลายมาก เช่น วิชาศิลปะก็จะมีเฟรมวาดภาพจริงๆ ให้นักเรียนแสดงบทบาทจิตกรน้อยได้อย่างจริงจัง บางห้องก็ไม่เคยเห็นมาก่อน เช่น ห้องค้นคว้า ตอนแรกก็งงว่าเป็นยังไง เป็นห้องปูพื้นนิ่มๆ ด้วยเบาะ โล่งๆ มีโต๊ะไว้วางของแค่นิดหน่อย ลูกบอกว่าอาจารย์จะนำของมาสิ่งหนึ่ง ไม่บอกเด็กๆ ว่าคืออะไร บอกใบ้นิดหน่อย แล้วให้เด็กๆ ตั้งคำถามเพื่อสืบค้นว่าสิ่งนั้นคืออะไร สนุกดีค่ะ เด็กๆ จะช่วยกันคิด ช่วยกันถาม หรือมีการทดลองง่ายๆ ด้วย

นอก จากห้องต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเรียน ที่นี่ยังมีห้องพยาบาลไว้ทุกตึกด้วยค่ะ หากเด็กๆ ไม่สบาย หรือได้รับบาดเจ็บสามารถเข้าไปขอความช่วยเหลือที่ตึกของตัวเองได้อย่างทัน ท่วงทีเลยค่ะ

มี ห้องธุรการอยู่ด้านล่างตึก ที่นี่จะไม่อนุญาตให้ ผปค.ขึ้นไปบนอาคารเรียนเด็ดขาด จะต้องกรอกเอกสารและรอจนกว่าจะได้รับการอนุญาติจากห้องธุรการ แล้วอาจารย์จะเป็นคนนำเด็กลงมาหา ผปค.เอง (กรณีมาขอรับเด็กก่อนเวลา) หรือจะฝากของจำเป็น เช่น ยา ก็จะฝากไว้ที่อาจารย์ห้องธุรการ แล้วอาจารย์จะเป็นคนนำขึ้นไปให้ที่ชั้นเรียนเองค่ะ ผปค.หมดสิทธิ์ขึ้นไปเองค่ะ

มี ห้องสมุด ห้องศิลปะที่เด็กๆ สามารถเข้าไปเล่นเลโก้ (มีเยอะมาก เป็นลังๆ เลยค่ะ) ได้ตอนเลิกเรียน ถ้าใครไม่อยากเล่นสนามก็มาต่อเลโก้ รอ ผปค. ได้ที่ห้องนี้ค่ะ ตอนแรกก็ไม่รู้จักห้องนี้ค่ะ จนมีอยู่วันหนึ่งต้องไปรับตัวแสบที่โรงเรียน แล้วต้องรีบกลับมาประชุมต่อ วนหาที่สนามเด็กเล่นอย่างไรก็ไม่เจอ สรุปเธอไปต่อเลโก้ที่ห้องนี้ ไม่รู้ว่าเราจะไปรับเร็ว เลยไม่คิดจะเยี่ยมหน้าออกมานอกห้องเลย กว่าจะเจอตัวได้เล่นเอาตบะแตก คราวหน้าคราวหลังเลยต้องเดินไปดูที่ห้องนี้ด้วย blink

ห้อมคอมพิวเตอร์ก็มีเครื่องคอมฯ ครบกับจำนวนเด็กทุกคนนะคะ happycom ได้ใช้ของใครของมันเลยค่ะ
และสาธิตเกษตรก็ได้รับนโยบายให้
Tablet กับ เค้าด้วย แต่เด็กๆ ไม่ค่อยได้เล่นค่ะ เพราะว่าทางโรงเรียนเห็นว่า
การที่เด็กได้จับดินสอขีดเขียนเองย่อมดีกว่า เขี่ยๆ การเรียนการสอนใน
Tablet ค่ะ

วิชาภาษาอังกฤษที่ ผปค.ส่วนใหญ่กังวลว่าเรียนน้อยไปมั้ย เข้มข้นหรือป่าว ระดับ ป.1
จะเรียนภาษาอังกฤษ
2 คาบ/สัปดาห์

จากที่ได้ฟังอาจารย์ใหญ่ในวันปฐมนิเทศน์ท่านบอกว่า เด็กจะพร้อมที่จะเรียนรู้ภาษาที่สองได้ดีที่สุดคือ ตั้งแต่ 8 ขวบเป็นต้นไป ฉะนั้น ที่สาธิตเลยจะเริ่มจริงจังกับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษตั้งแต่ระดับ ป.3 ค่ะ โดยจะมีอาจารย์
ที่เป็นฝรั่ง
Native speaker เป็นผู้สอน แต่ ป.1-ป.2 อาจารย์เป็นคนไทยค่ะ

เรียนเป็นแบบ Phonics เปรียบเทียบกับตัวเองกว่าจะได้เรียนวิชา Phonetics ก็ เรียนระดับปริญญาตรีแล้ว ช่างอิจฉาเด็กสมัยนี้จริงๆ โดยส่วนตัวแล้ว ถือว่าเราพอใจกับการเรียนภาษาอังกฤษที่นี่ค่ะ แต่ถ้า ผปค. ท่านใดอาจจะเห็นว่าน้อยไป อยากไปเรียนเสริมข้างนอก อันนี้ก็แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละครอบครัวเลยค่ะ

วิชา ฮาเฮอีกวิชาหนึ่งที่อยากจะพูดถึงคือ วิชางานบ้าน น่าจะเป็นวิชาที่ถูกใจคุณแม่ เพราะว่าเด็กๆ ได้ฝึกกวาดบ้าน เริ่มกันตั้งแต่วิธีจับไม้กวาดกันเลยทีเดียว วิธีบิดผ้าขี้ริ้ว เช็ดโต๊ะ ขยี้ผ้า เพราะเด็กๆ ต้องดูแลความสะอาดในห้องกันเอง เด็กๆ จะมีเวรทำความสะอาดในแต่ละวัน

ซึ่ง ตรงนี้ถ้า ผปค.นำมาต่อยอดที่บ้าน ให้เด็กๆ ได้มีโอกาสรับผิดชอบงานที่บ้าน หรือให้เด็กๆ ได้มาช่วยงานบ้านบ้าง จะทำให้วิชาคะแนนนี้พุ่งพรวดเลยทีเดียว เราเองก็สอนลูกกลับตะเข็บเสื้อผ้า และช่วยพับผ้า เพิ่งมารู้ทีหลังว่ามีสอบพับผ้าด้วย ไม่รู้ว่าที่ช่วยๆ แม่ที่บ้าน จะเอาตัวรอดในการสอบได้บ้างมั้ย คะแนนวิชานี้จะเป็นคะแนนภาคปฏิบัติเป็นส่วนใหญ่ค่ะ

Rate this item
(0 votes)
back to top

Login or Register

Facebook user?

You can use your Facebook account to sign into our site.

fb iconLog in with Facebook

LOG IN